น้ำมันเครื่องเลือกอย่างไร ... ตัวเลขบนฉลากบอกอะไรเรา?

เริ่มต้นกันด้วยตัวเลขข้างกระป๋องน้ำมันเครื่อง เป็นตัวบอกถึง “ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง” (Viscosity Grade) เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ ในเครื่องยนต์ โดยค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องนั้นถูกทดสอบโดยสถาบัน สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ หรือ SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS)

โดยชุดตัวเลขหน้า W หมายถึง ระดับค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิที่ติดลบหรืออุณหภูมิที่เย็นจัด เป็นค่าความหนืดที่ทนความเย็นโดยไม่เป็นไข โดย W ย่อมาจาก WINTER นั่นเอง ส่วนชุดตัวเลขหลัง หมายถึง ระดับค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง ทดสอบที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส โดยค่าความหนืดนั้นจะเป็นตัวเลข 5,10,15,30,40,50 โดยตัวเลขยิ่งมาก หมายถึง ค่าความหนืดมาก (ข้นมาก,ฟิล์มน้ำมันหนา,สีน้ำมันเข้ม) ตัวเลขน้อย คือ ความหนืดน้อย (ข้นน้อย,ฟิล์มน้ำมันบาง,สีน้ำมันใส)

ซึ่งในประเทศไทยการเลือกค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง เราเน้นที่ชุดตัวเลขหลังเป็นสำคัญ เพราะด้วยสภาพอากาศที่ไม่หนาวถึงขั้นติดลบ ชุดตัวเลขหน้าจึงไม่ต้องคำนึงถึงเท่าใด โดยในกรณีที่เครื่องยนต์ผ่านการใช้งานหนักมายาวนาน ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่งเบอร์ ยกตัวอย่างเช่น เดิมอยู่ที่เบอร์ 30 ปรับเป็นเบอร์ 40 เพื่อการป้องกันการรั่วของกำลังอัด แต่ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพปกติ และอากาศไม่ร้อนมากควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดน้อยในระดับที่เหมาะสม เพื่อการหล่อลื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหลักง่ายๆ ในการเลือกใช้น้ำมันเครื่องของรถแต่ละคันทุกครั้ง วาโวลีนขอแนะนำให้ศึกษาคู่มือที่ติดมากับรถยนต์พร้อมปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการดูแลปกป้องเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง ทำให้เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ