ระบบของเหลวในรถยนต์ และระยะเปลี่ยนถ่ายที่ควรรู้

น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่องนั้นมีหลักๆ 3 ประเภท แบ่งอายุการใช้งานดังนี้ครับ

  1. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% อายุการใช้งาน 10,000 – 12,000 กิโลเมตร
  2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ อายุการใช้งาน 8,000 – 10,000 กิโลเมตร
  3. น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดาหรือเกรดรวม อายุการใช้งาน 5,000 – 8,000 กิโลเมตร
*อายุการใช้งาน ขึ้นอยู่กับสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์เป็นสำคัญ

น้ำมันเกียร์
ใครที่แนะนำว่า น้ำมันเกียร์ในบางรุ่นเป็นแบบ Lifetime หมายถึงไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายตลอดอายุการใช้งานเลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสสารบนโลกนี้ ย่อมมีอายุการใช้งานทุกสิ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เปลี่ยนถ่ายตามระยะเช่นกัน โดยเกียร์ทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 40,000 กิโลเมตร หรือปีละ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นการใช้งานในกรุงเทพที่มีรถติดมากๆ ทำให้เกียร์ทำงานหนักอยู่ตลอด แนะนำให้ลดเหลือ 20,000 – 30,000 กิโลเมตรแทน แต่ถ้าเป็นเกียร์ระบบปิด แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายทุกๆ 100,000 กิโลเมตร

น้ำมันเฟืองท้าย
สำหรับคนที่ใช้งานรถเก๋งอาจจะไม่คุ้นเคยกับเฟืองท้าย แต่สำหรับคนที่ใช้รถกระบะน่าจะคุ้นเคยดี เนื่องจากเฟืองท้าย ใช้สำหรับขับเคลื่อนล้อหลัง หรือสี่ล้อ ตัวเฟืองท้ายอาจจะดูเป็นส่วนที่ไม่ต้องดูแลมาก แต่การดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายเพื่อให้การใช้งานสมบูรณ์ก็ต้องใส่ใจเช่นกัน โดยปกติจะแนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 40,000 กิโลเมตร แต่ถ้าหากรถมีการแช่น้ำ หรือลุยน้ำจนท่วมเฟืองท้ายเป็นเวลานาน ก็อาจจะต้องตรวจสอบหลังการลุยน้ำมา หรือลดระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายแทนครับ

น้ำมันเบรก
หลายคนมองข้ามไปว่า น้ำมันเบรก ก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางเช่นกัน เพราะถ้าเราปล่อยให้น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ นอกจากจะทำให้การทำงานของเบรกมีประสิทธิภาพลดลงแล้ว ยังอาจทำให้ตะกอนที่เกิดจากการเสื่อมสภาพ เข้าไปอุดตันระบบต่างๆของเบรกก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าใช้น้ำมันเบรกที่มีคุณภาพสูง ก็สามารถใช้งานได้ถึง 40,000 กิโลเมตรครับ

น้ำยาหม้อน้ำ
จริงอยู่ว่าเราสามารถใช้งานหม้อน้ำโดยการใส่น้ำสะอาดเปล่าๆเข้าไปเลยก็ได้ แต่การเติมน้ำยาหม้อน้ำเข้าไปด้วย จะช่วยให้การระบายความร้อนดีกว่าน้ำปกติ, ลดการเกิดตะกรันหรือสนิมในหม้อน้ำ, ลดการระเหยของน้ำได้ ทำให้การทำงานของหม้อน้ำมีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยปกติระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ประมาณทุก 1 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ถ้าเติมน้ำยาหม้อน้ำที่ประสิทธิภาพสูง ก็สามารถยืดให้ใช้งานได้ ทุก 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร

น้ำฉีดกระจก
น้ำฉีดกระจกก็เป็นอีกสิ่งที่รถยนต์หลายคันพบปัญหาบ่อยๆเรื่องการที่ไม่สามารถใช้งานได้ หรือพบอาการตัน ฉีดไม่ออก หรือออกก็เป็นจำนวนน้อย ซึ่งหลักการใช้งานของน้ำฉีดกระจกไม่ให้เกิดปัญหาง่ายๆก็คือ ควรใช้งานบ่อยๆ เมื่อมีการใช้งานบ่อย น้ำก็จะไม่มีการเกิดตะกอนหรือตะกรันไปอุดตามท่อหรือตัวปั๊มน้ำ และคอยเติมน้ำให้อยู่ในระดับเต็มอยู่เป็นประจำ เท่านี้ก็สามารถใช้งานได้ตามปกตินานแสนนานครับ

การดูแลรถยนต์ของเราเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ถ้าเราอยากให้รถยนต์ของเราที่อุตส่าห์เก็บเงินเก็บทองซื้อกันมาอยู่กับเรานานๆ ก็ต้องใส่ใจรายละเอียดพวกนี้กันให้ดี ซึ่ง Valvoline ก็มีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะปกป้องทุกส่วนของรถยนต์ เพียงแต่เลือกให้ถูกต้องและใช้งานให้ถูกต้องตามอายุการใช้งาน รถยนต์สุดที่รักของเราก็จะพาเราเดินทางได้อย่างปลอดภัยและอยู่กับเราได้นานขึ้นแล้วครับ