เทคนิคการใช้งานเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ก่อนอื่น เราต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่า โดยปกติในรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4x4 (Part-time 4 wheels drive) ถ้าอยู่ในการขับขี่ปกติ รถจะมีการขับเคลื่อนเพียง 2 ล้อด้านหลังเท่านั้น (Rear Wheel Drive:RWD) ส่วนล้อหน้าจะหมุนตามแรงผลักของตัวรถ ถ้าต้องการใช้งานให้ล้อหมุนขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ จะต้องมีการสั่งให้ระบบทำงานผ่านตัวสั่งการ ซึ่งปัจจุบันจะมีนิยมใช้อยู่ 2 แบบ ก็คือแบบก้านเกียร์ (เกียร์ฝาก) แยกออกมาจากก้านเกียร์ปกติออกมา กับแบบปุ่มหมุน เพื่อเพิ่มความง่ายในการเปลี่ยนเกียร์กว่าแบบก้าน

ถ้าเราใช้งานถนนเรียบทั่วไป ก็สามารถใช้เป็นเกียร์ขับ 2 หรือเกียร์ในตำแหน่ง 2H ( H : High Velocity ) ได้ตามปกติ แต่เมื่อไหร่ที่ต้องขับรถไปในเส้นทางที่น่าจะมีอาการลื่นของถนนได้มากกว่าถนนคอนกรีตหรือลาดยางทั่วไป อย่างเส้นทางที่เป็นลูกรัง, ทางฝุ่น หรือลักษณะที่เป็นทางไม่เรียบ เราสามารถเลือกใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4H ได้เลย เพื่อให้ทั้ง 4 ล้อรับกำลังจากเครื่องยนต์มาหมุน โดยแบ่งกำลังการขับเคลื่อน ระหว่างล้อชุดหน้ากับล้อชุดหลัง 50:50 ทำให้รถมีความเกาะถนนมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนนั้น สามารถเปลี่ยนขณะจอด หรือรถวิ่งอยู่ก็ได้ เพียงถอนคันเร่ง และอยู่ในความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ้าเป็นแบบก้าน ให้โยกก้านไปในตำแหน่งที่ระบุว่า 4H และถ้าเป็นแบบหมุน ก็ให้หมุนไปที่ตำแหน่ง 4H ได้เลยทันที จากนั้นก็จะมีสัญลักษณ์แจ้งมาที่หน้าจอ เท่านี้รถก็ทำงานขับเคลื่อน4 ล้อแล้ว และถ้าต้องการกลับมาใช้งานขับเคลื่อน 2 ล้อ ก็ให้ทำขั้นตอนเหมือนเดิม เพียงแต่ขยับตำแหน่งเกียร์ให้มาอยู่ในตำแหน่ง 2H ตามปกติ

เมื่อเราใช้งานเกียร์ในตำแหน่ง 4H นั้น เราสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ เพราะมีอัตราทด 1:1 เท่ากับแบบ 2H และใช้เกียร์หลักในการขับเคลื่อน แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังคือวงเลี้ยวของรถจะกว้างมากกว่าปกติ รวมทั้งยังมีอัตราการใช้น้ำมันมากกว่าปกติด้วย

เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราต้องไปในเส้นทางที่วิบาก สมบุกสมบัน จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทางที่ขรุขระอย่างมาก เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือแม้กระทั่งทางที่มีโคลนอยู่เป็นระยะ เส้นทางทราย หรือไต่เขาที่เป็นทางหินก้อนค่อนข้างใหญ่ ต้องใช้งานเกียร์แบบ 4L (L : Low Velocity) ซึ่งจะเป็นการใช้ชุดเกียร์แบบพิเศษ อัตราทดสูงมาก ระบบจะทำการส่งแรงบิดไปที่ล้อทั้ง 4 ให้มากกว่าเดิมความเร็วจะต่ำ แต่มีกำลังการปีนไต่ทางชันได้มาก ทำให้รถสามารถลุยไปในเส้นทางแบบนี้ได้ดีกว่าเดิม ส่วนวิธีการใช้งานนั้น เราจะต้องหยุดรถให้สนิทก่อน จากนั้นให้เปลี่ยนเกียร์ไปที่เกียร์ว่าง, หันล้อให้ตรง, เหยียบเบรก จากนั้นให้โยกเกียร์หรือหมุนปุ่มไปที่ตำแหน่ง 4L, ขยับเกียร์ไปตำแหน่งเดินหน้าหรือเกียร์ 1 แตะคันเร่งเล็กน้อย เท่านี้ ล้อทั้ง 4 ก็จะเข้าตำแหน่ง 4L ได้แล้ว

ข้อระวังในการใช้งานเกียร์ 4L คือไม่ควรใช้ความเร็วมากเพราะการสึกหรอจะสูง แนะนำที่ไม่เกิน 20 – 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยิ่งถ้าในช่วงเส้นทางขรุขระ หรือเป็นหลุมใหญ่ ควรใช้ความเร็วระดับ Walking Speed หรือปล่อยไหลตามรอบเครื่อง ให้ล้อค่อยๆหมุนผ่านเส้นทางไปได้ แตะคันเร่งเบาๆเมื่อรู้สึกว่ารถไปต่อไม่ได้ ถ้ามีการกดคันเร่งแรง อาจทำให้ล้อหมุนเร็วจนติดได้ และถ้าใช้เป็นเกียร์ธรรมดา ไม่ควรวางเท้าไว้บนคลัทซ์ เพราะอาจเผลอไปเหยียบจนรถเสียกำลังไปที่ล้อได้ครับ