คู่มือ อ่านฉลากความหนืดของน้ำมันเครื่อง

เบอร์น้ำมันเครื่อง ชนิดของความหนืดหรือเบอร์ SAE ตามที่เห็นบนฉลากน้ำมันเครื่องมักจะมีข้อความ ตัวเลข สัญลักษณ์มากมาย ที่เห็นครั้งแรกเป็นต้องสับสน แต่จริงๆ มีหลักการอ่านรายละเอียดอยู่ หากเราเข้าใจหลักการจะทำให้เลือกซื้อน้ำมันเครื่องได้ดียิ่งขึ้น

ค่า SAE หรือ Society of Automotive Engineers : มาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ (SAE) แสดงถึงค่าความหนืด (ความข้นใส) ของน้ำมันเครื่อง โดยแสดงรายละเอียดทั้งที่อุณหภูมิสูงและต่ำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. 1) น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว (monograde) หมายถึง น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดค่าเดียว เช่น SAE 40 หรือ SAE 10W เป็นต้น

    โดยตัวอักษร “W” บ่งบอก ชุดตัวเลขค่าความหนืดเกรดฤดูหนาว (Winter) หรือค่าความหนืดที่อุณหภูมิต่ำ ทดสอบความหนืดในการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น และความสามารถในการสูบฉีดน้ำมันเครื่องผ่านปั๊มที่อุณหภูมิต่ำ หากน้ำมันเครื่องมีค่าความหนืดน้อย จะสามารถไหลไปหล่อลื่นส่วนต่างๆ ได้ง่ายและเร็วขึ้น

    ส่วนชุดตัวเลขที่ไม่มี W หมายถึง ค่าความหนืดเกรดฤดูร้อน หรือค่าความหนืดที่อุณหภูมิสูง ณ อุณหภูมิการทำงานจริงของเครื่องยนต์ วัดที่ 100°c ค่ายิ่งมาก แสดงถึงความหนืดมาก หากความหนืดมีค่าน้อยเกินไปเมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิสูง จะทำให้ประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องยนต์ลดลง แต่หากมีค่าความหนืดที่มากเกินไป ก็จะให้ประสิทธิภาพทางการระบายความร้อนด้อยลง รวมถึงกินน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะต้องใช้กำลังเครื่องยนต์เพื่อหมุนเวียนน้ำมันเครื่องมากขึ้นนั่นเอง

  2. 2) น้ำมันเครื่องเกรดรวม (multigrade) หมายถึง น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืด 2 ค่า เช่น 15W-40 โดยค่าความหนืดจะครอบคลุมช่วงอุณหภูมิการทำงาน ตั้งแต่อุณหภูมิต่ำ จนถึงอุณหภูมิสูง ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดมักจะระบุเป็น น้ำมันเครื่องเกรดรวม เช่น 5W-30, 10W-40, 15W-40 เป็นต้น น้ำมันเครื่องเกรดรวม

สำหรับประเทศไทยการเลือกค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง เราเน้นที่ชุดตัวเลขหลังเป็นสำคัญ ด้วยสภาพอากาศที่ไม่หนาวถึงขั้นติดลบ โดยอ้างอิงเบอร์ความหนืดที่แนะนำจากเอกสารคู่มือรถเป็นหลัก

สำหรับกรณีที่เครื่องยนต์ผ่านการใช้งานหนักมายาวนาน ระยะทางการทำงานเครื่องยนต์มาก มีเลขไมล์ที่สูง โดยเฉลี่ยเกิน 100,000 กม.ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่งเบอร์โดยอ้างอิงเบอร์ความหนืดที่แนะนำจากเอกสารคู่มือรถเป็นหลัก เนื่องจากต้องการฟิล์มน้ำมันที่หนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์เครื่องยนต์ที่เริ่มหลวม สึกหรอ

แต่ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพปกติเลขไมล์น้อย และอากาศไม่ร้อนมากควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดน้อยในระดับที่เหมาะสม เพื่อการหล่อลื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

น้ำมันเครื่องวาโวลีน ตอบโจทย์เพื่อรถทุกประเภท คลิก