ตัวอย่างคราบสกปรกสุดๆ ใต้ฝาครอบวาล์ว

เครื่องยนต์ดีเซลที่ผ่านการใช้งานมาในระดับกว่า 75,000 กม. เป็นจุดที่จะต้องได้รับการเตรียมตัวดูแลพิเศษ เพราะจะต้องเจอปัญหาสุดคลาสสิค 3 ประเภท ที่ทุกเครื่องยนต์หนีไม่พ้น นั่นคือ ความฝืด, การรั่วซึม, เขม่ากับคราบโคลน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เครื่องยนต์สึกหรอ เกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

ความฝืดของเครื่องยนต์ เกิดจากการเสียดสีกันระหว่างโลหะภายในกลไกสารพัด เช่น ฟันเฟืองขบกัน ชาร์ฟที่ถูกับข้อเหวี่ยง หรือกระเดื่องที่ตีวาล์ว ยิ่งเครื่องยนต์ที่มีความร้อนสูงอย่างดีเซล โลหะยิ่งเกิดการขยายตัว ทำให้ยิ่งเสียดสีมากขึ้น ความฝืดก็มากตามไปด้วย และยิ่งเสียดสีกันมาก ก็จะสึกหรอมากตามแต่ละจุดดังกล่าว ยิ่งถ้าประกอบกับน้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำ ที่แปรสภาพเสื่อมตามความร้อนได้ง่าย ก็จะยิ่งไม่มีอะไรมาปกป้องการเสียดสีนี้เลย

การรั่วซึมของเหลวในเครื่องยนต์ดีเซล มักจะมีจุดหลักๆ ตรงที่ประเก็นฝาสูบ-ฝาครอบวาล์ว รวมทั้งที่ในยางตีนวาล์ว และอีกจุดที่สำคัญ คือ แหวนลูกสูบ ที่กั้นน้ำมันเครื่องไม่ให้เข้ามาผสมกับเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้ ซึ่งเจ้าแหวนโลหะเล็กๆ บางๆ นี้แหละ ที่เป็นตัวกำหนดอายุของเครื่องยนต์ในอนาคต ยิ่งเสียดสีมากจากน้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำ แหวนก็จะสึกเร็วตามไปด้วย

เขม่ากับคราบสกปรกในเครื่องดีเซล มีทั้งเขม่าจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ คราบโคลนเหนียวที่เกิดจากตะกอนของการเสียดสีระหว่างโลหะดังกล่าว รวมถึงการเปลี่ยนสภาพของน้ำมันเครื่อง ซึ่งเป็นของเหลวหัวใจหลัก ของทุกชิ้นส่วนที่ขยับได้ในเครื่องยนต์

ปัญหาและสาเหตุเกือบทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนบั่นทอนอายุขัยเครื่องยนต์ให้สั้นลงมาก แต่สังเกตดูว่า ในทุกปัญหาดังกล่าว มีกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อคทุกอุปสรรค นั่นคือ น้ำมันเครื่อง โดยการเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ดี ก็เหมือนได้กินอาหารบำรุงร่างกาย ให้ทำงานอย่างราบรื่น และมีอายุยืนยาว ซึ่งจะต้องเป็นน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องอายุ 75,000 กม. จริงๆ ไม่ใช่แบบสังเคราะห์แท้อะไรก็ได้

การเลือกน้ำมันเครื่อง หลายคนที่ต้องการของคุณภาพดีอาจจะดูแค่เกรดสังเคราะห์แท้ และดูตัวเลขบอกค่า SAE 10W-40 หรือ 10W-50 ก็ว่าไป แต่ยังมีเกรดตัวอักษร API ที่ต้องดูอีก ซึ่งปัจจุบันมาตรฐานทั่วไปอยู่ที่ CH หรือ CI โดยเครื่องยนต์อายุ 75,000 กม. น้ำมันเครื่องที่แนะนำควรเป็นเกรด CI-4 plus ที่หล่อลื่นลดแรงเสียดทานได้ดี สามารถทำงานที่ความร้อนสูงโดยแทบไม่แปรสภาพเป็นโคลน และยังเด่นด้วยการกระจายเขม่าอย่างดีเยี่ยม พร้อมผสมสารป้องกันการสึกหรอมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดการสึกหรอของแหวนและวาล์ว ซึ่งช่วยยืดอายุเครื่องยนต์ไปอีก

น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ Valvoline MaxLife Diesel เกรด CI-4 plus ให้ความสำคัญสำหรับรถดีเซลอายุ 75,000 กม. โดยเฉพาะ เพื่อผู้ใช้รถดีเซลที่ต้องการเลือกสเปคน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ให้ตรงกับสภาพรถจริง โดย Valvoline พัฒนาสูตรเฉพาะให้รถดีเซลวัยกลางคนนี้ ผสมสารเพิ่มคุณภาพ Multi-Life™ Additive เพิ่มปริมาณสารชะล้างเขม่า เพิ่มสารป้องกันการสึกหรอ และสารลดแรงเสียดทาน เพื่อการปกป้องที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเกรด CI-4 แบบเดิม พบว่ามีคุณสมบัติลดการกัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะมากกว่า 50% ทนการเสื่อมสภาพจากความร้อนมากกว่า75% ลดการเกิดคราบสกปรกบนลูกสูบมากกว่า 40% ลดการสึกหรอของแหวนและกระบอกสูบมากกว่า 55% ลดการอุดตันของไส้กรองลงมากกว่า 95% ลดการสึกหรอของวาล์วและกระเดื่องกดวาล์วมากกว่า 65%

น้ำมันเครื่อง Valvoline MaxLife Diesel CI-4 plus สังเกตง่ายๆ ที่แกลลอนสีแดง เข้าขาได้ดีกับรถดีเซลทุกแบบ เช่น ดีเซลปั๊ม ดีเซลคอมมอนเรล ดีเซลเทอร์โบ เพียบด้วยสูตรพิเศษป้องกันการสึกหรอ ลดการเกิดคราบเขม่า ลดอัตราการกินน้ำมัน ยืดอายุเครื่องยนต์ได้อีกยาวนานในอนาคต ซึ่งเคล็ดลับง่ายๆ กับการเลือกใช้น้ำมันเครื่องอย่างเหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เครื่องยนต์ดีเซลของคุณ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างยาวนาน