ฟอกเกียร์คืออะไร จำเป็นหรือไม่?

การฟอกเกียร์เป็นวิธีการดูแลรักษาเครื่องยนต์อีกวิธีหนึ่ง ที่คนใช้รถทั้งหลายต้องการทำให้เกียร์สะอาด กลับมาวิ่งได้เร็ว แรงเหมือนรถใหม่ หรือบางครั้งเอารถเข้าศูนย์บริการ ช่างก็จะเสนอให้ฟอกเกียร์ จริง ๆ แล้วการฟอกเกียร์คืออะไร? มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร? ถ้าหากต้องฟอกเกียร์จะต้องฟอกตอนไหน? วาโวลีนมีคำตอบ ไปดูกันครับ…

ฟอกเกียร์คืออะไร?
ฟอกเกียร์คือการทำความสะอาดกำจัดสิ่งสกปรก เศษตะกอนที่ปนเปื้อนเข้ามาในระบบเกียร์อัตโนมัติออกไปให้หมด ก่อนจะถ่ายน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไป ซึ่งจะต้องใช้น้ำมันเกียร์เป็นจำนวนมาก เพื่อให้น้ำมันเกียร์ในระบบใสและผลักดันให้มีน้ำมันเกียร์ใหม่อยู่ในระบบให้มากที่สุด การฟอกเกียร์จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษและช่างที่มีความชำนาญมาก ๆ หากเป็นช่างที่ไม่ชำนาญอาจจะทำให้น้ำมันเกียร์เก่าที่มีเศษสิ่งสกปรกตะกอนไหลเวียนอยู่ในระบบเหมือนเดิม อาจส่งผลทำให้ต้องใช้คันเร่งเพิ่มขึ้น เข้าเกียร์ได้ไม่ถูกจังหวะ หรือช้ากว่าเดิม

ข้อดีของการฟอกเกียร์

  1. ทำความสะอาดระบบเกียร์
  2. เครื่องยนต์มีกำลังเร่งดี เวลาเปลี่ยนเกียร์จะมีความนุ่มนวลไม่กระชาก
  3. ป้องกันการสึกหรอและประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น

ข้อเสียของการฟอกเกียร์

  1. ราคาแพง เพราะต้องใช้น้ำมันเกียร์เปลี่ยนถ่ายเป็นปริมาณมาก
  2. การฟอกเกียร์ไม่สามารถเอาเศษเล็ก ๆ หรือชิ้นโลหะออกมาได้หมดจด

อาการแบบไหนที่บอกว่าต้องฟอกเกียร์

  1. เวลาเปลี่ยนเกียร์ไม่มีความนุ่มนวล รู้สึกได้ถึงการกระชาก สะดุด และกระตุก
  2. รอบเครื่องยนต์ขึ้นสูงแต่เหมือนเกียร์ไม่มีแรง
  3. ระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ครบรอบอายุการใช้งาน 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี

ดูแลเกียร์อย่างไรให้เหมือนรถคันใหม่
จริง ๆ แล้วการฟอกเกียร์อาจจะไม่จำเป็นถ้าหากใช้น้ำมันเกียร์ตามระยะเวลาที่กำหนด และควรเลือกน้ำมันเกียร์ที่มีคุณภาพอย่างน้ำมันเกียร์วาโวลีนที่มีสารป้องกันการสึกหรอชนิดพิเศษ และสารคงสภาพ ความหนืด ที่ทนต่อแรงเฉือนได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้การดูแลเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเกียร์ก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งควรเปลี่ยนไส้กรองเกียร์ที่ระยะ 50,000 กม. เพียงเท่านี้ก็เป็นการยืดอายุการใช้งานและชิ้นส่วนของเกียร์ได้