5 เทคนิคสำคัญ ดูแลรถบรรทุกให้เหมือนใหม่ใช้งานได้นาน

รถใหญ่บรรทุกหนัก เดินทางไกล ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ารถบรรทุกจะสึกหรอหรือเสียตอนไหน ซึ่งแน่นอนว่าคนใช้รถบรรทุกหรือเจ้าของธุรกิจที่ขับเคลื่อนธุรกิจการขนส่ง โดยใช้รถบรรทุกก็อยากให้รถบรรทุกสามารถใช้งานได้นานที่สุด ถ้าตะบี้ตะบันขับอย่างเดียวโดยไม่สนใจดูแลเลย ก็คงจะทำให้รถบรรทุกพังได้ง่าย ๆ เลยล่ะครับ

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการยืดอายุการใช้งานของรถบรรทุกคือ ขั้นตอนวิธีการดูแลบำรุงรักษา เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่ใช่เรื่องยาก วาโวลีนนำมาฝากกันครับกับ 5 เทคนิคสำคัญดูแลรถบรรทุกให้เหมือนใหม่ ใช้งานได้นาน ไปดูกันเลยครับ

  1. ทำความสะอาดเป็นประจำ
    การดูแลรถบรรทุกมีความเชื่อว่ารถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซลไม่จำเป็นต้องดูแลมากเท่ารถบรรทุกเครื่องยนต์เบนซิน จริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะไม่ว่าจะรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซินต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ และการทำความสะอาดเป็นวิธีที่จำเป็นของรถทุกประเภทเลยก็ว่าได้ แต่พูดถึงรถบรรทุก การขับขี่บ่อย ๆ บรรทุกหนักก็อาจทำให้สิ่งสกปรก เช่น ดิน โคลน เศษไม้ หรือถุงพลาสติก ติดอยู่ตามซอกอะไหล่อยู่ ดังนั้นการทำความสะอาดล้างรถควรเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเลยล่ะครับ และควรตรวจเช็กเป็นประจำหลังการใช้งาน

    นอกจากเรื่องความสะอาด การเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องสะอาดอีกด้วยเพราะการเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สะอาดจะช่วยทั้งเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายและทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงอีกด้วย
  2. เช็กหม้อน้ำ
    การเช็กของเหลวเป็นการบำรุงรักษารถ โดยเฉพาะน้ำยาหล่อเย็น เพราะว่ารถบรรทุกต้องบรรทุกหนักและเดินทางไกล ทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนและความร้อนอาจทำให้ชิ้นส่วนหม้อน้ำเสียหายลุกลามไปทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้อีกด้วย และการเลือกใช้น้ำยาหล่อเย็นที่ไม่ได้คุณภาพ อาจจะทำให้หม้อน้ำมีสนิมได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นให้เช็กหม้อน้ำเป็นประจำและเปลี่ยนถ่ายตามระยะเวลาที่กำหนด และเลือกใช้น้ำยาหล่อเย็นที่ให้การป้องกันการกัดกร่อนและไม่ให้ทำให้เกิดสนิมอย่าง SUPER COOLANT ORGANIC TECHNOLOGY ปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์และหม้อน้ำ ไม่กัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะประเภท อลูมิเนียม ดีบุก ทองเหลือง และทองแดงด้วย
  3. เปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ
    ไม่ว่าจะเป็นกรองน้ำมันเชื้อเพลิง กรองน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมันเกียร์ และกรองอื่น ๆ ควรตรวจเช็กเป็นประจำทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร และนอกจากนี้ไส้กรองอากาศก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะการดูแลเป็นการทำให้รถบรรทุกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
    เพราะรถบรรทุกทำงานหนัก จะต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ควรทำทุก ๆ 10,000-20,000 กิโลเมตร ถ้าเป็นรถบรรทุกเก่าใช้มานานอาจจะต้องเปลี่ยนถ่ายก่อน 20,000 กิโลเมตร และการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องก็เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ทำให้การทำงานของเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพด้วย

    ทั้งนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถบรรทุกของคุณเหมาะสมที่จะใช้น้ำมันเครื่องชนิดไหน ซึ่งการเลือกน้ำมันเครื่องที่ดีต่อเครื่องยนต์อย่าง POWER MAX SERIES 7 น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลรอบจัดสมรรถนะสูง ให้ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ รวมทั้งเครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบหมุนเวียนก๊าซไอเสีย (EGR) หรือเครื่องยนต์ดีเซลที่ปล่อยไอเสียต่ำ (Low Emission) ป้องกันการสึกหรอของชุดวาล์ว ตลับลูกปืน ลูกเบี้ยว กระเดื่องวาล์ว และชิ้นส่วนที่สำคัญอื่น ๆ ของเครื่องยนต์ เหมาะอย่างยิ่งกับเครื่องยนต์ดีเซลงานหนัก ที่ใช้เชื้อเพลิงไบโอดีเซล (B7, B10, B20) อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย

    ดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถบรรทุก แนะนำให้อ่านเอกสารคู่มือประจำรถว่าควรเปลี่ยนถ่ายตอนไหน หรือสอบถามวาโวลีนในการแนะนำการถ่ายน้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถให้คุณได้ รวมถึงปัจจุบันมีการใช้เชื้อเพลิงพลังงานทางเลือกใหม่อย่าง BioDiesel B10, B20 การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่รองรับไบโอดีเซลก็จะมีส่วนสำคัญในการดูแลรักษาเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น
  5. เช็กและซ่อมแซมระบบไอเสียของรถบรรทุก
    เพราะระบบไอเสียของรถบบรรทุกมีความสำคัญต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์และสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบชิ้นส่วนในระบบไอเสียว่ามีการกัดกร่อนหรือสนิมทั้งภายในภายนอกหรือเปล่า มีการรั่วไหลหรือไม่ หากตรวจเช็กแล้วชำรุดให้รีบเปลี่ยนทันที หรือหากมีสัญญาณไฟเตือนก็ให้รีบแก้ไข อย่ารอให้เกิดปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นจะสายเกินแก้

การดูแลรักษารถบรรทุกไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ดูแลอย่างสม่ำเสมอ ถ้าทำได้ก็จะทำให้ประหยัดเงินในระยะยาว และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากแน่นอน