เช็กยังไง? อาการเสียหรือเสื่อมของคอยล์จุดระเบิด!

เช็กยังไง? อาการเสียหรือเสื่อมของคอยล์จุดระเบิด!
วิธีการตรวจเช็คคอยล์ง่ายๆ ด้วยตัวเองจากการสตาร์ทรถแล้วดึงคอยล์ขึ้นทีละตัว ตัวไหนดึงขึ้นแล้วยังเหมือนเดิมแสดงว่าเสีย แต่ตัวไหนดึงขึ้นแล้วสะดุดมากกว่าเดิมแสดงว่ายังปกติ

คอยล์จุดระเบิด
: ทำหน้าที่สร้างไฟแรงสูง โดยใช้หลักการเดียวกันกับหม้อแปลงไฟฟ้า โดยจะเพิ่มแรงเคลื่อนจาก 12 โวลต์ เป็นไฟแรงสูงถึง 18,000 - 40,000 โวลต์ ซึ่งแตกต่างกันไปในเครื่องยนต์เบนซินแต่ละรุ่น ภายในคอยล์จุดระเบิด ประกอบด้วย ขดลวด"ปฐมภูมิ"และ ขดลวด"ทุติยภูมิ" พันอยู่บนแกนเหล็กอ่อนเดียวกัน โดย ขดลวดปฐมภูมิ เป็นลวดทองแดงขนาดใหญ่ประมาณ 150 - 300 รอบ รับไฟแรงดันต่ำที่จ่ายมาจากแบตเตอรี่ ขณะที่ส่วนขดลวดทุติยภูมิ เป็นขดลวดไฟแรงสูง เพื่อที่จะจ่ายให้กับหัวเทียน พันด้วยลวดทองแดงขนาดเล็ก ประมาณ 20,000 รอบ

ประเภทของคอยล์จุดระเบิด
   - คอยล์จุดระเบิดแบบใช้จานจ่าย คอยล์ประเภทนี้จะอยู่ในเครื่องเบนซินในยุคเก่า ตัวคอยล์จะอยู่นอกจานจ่าย แต่ในยุคต่อมาผู้ผลิตได้นำคอยล์มาไว้ในตัวจานจ่าย การจ่ายไฟของคอยล์จะสัมพันธ์กับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ โดยใช้สายหัวเทียนเป็นทางเดินกระแสไฟไปยังหัวเทียน
- คอยล์จุดระเบิด แบบไดเร็ก เครื่องยนต์เบนซินเกือบทั้งหมดในปัจจุบันใช้คอยล์จุดระเบิดประเภทนี้ โดยจะมีเซนเซอร์ เช่นเดียวกับ คอยล์จุดระเบิด แบบกึ่งไดเร็ก ส่งสัญญาณไปยังกล่อง ECU ประมวลผลแล้วส่งสัญญาณมาควบคุมการจุดระเบิด ตัวคอยล์ยึดอยู่บนฝาวาวล์ต่อตรงไปยังหัวเทียนโดยไม่ต้องใช้สายหัวเทียน

วิธีสังเกต คอยล์เสื่อมสภาพ มีได้ 2 อย่าง คือ
1. เนื้อพลาสติกที่ห่อหุ้มภายนอกหมดอายุ - เสื่อมสภาพ เบื้องต้นให้สังเกตุว่าคอยล์มีรอยแตกร้อยร้าวหรือไม่ จากนั้นใช้เทปพันสายไฟพันที่ ก้านของคอยล์แล้วขับทดสอบ ถ้าอาการดีขึ้นรถสะดุดน้อยลงแสดงว่าคอยล์รั่ว
2. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเสื่อม - เสียหาย ทั้งนี้การเสื่อมสภาพดังกล่าว ส่วนใหญ่ มากจากความร้อนของเครื่องยนต์ สามารถทดสอบได้จากระยะการกระโดดของกระแสไฟที่จะสั้นกว่าปกติ หรือในรถบางรุ่นกล่อง ECU สามารถตรวจสอบข้อผิดพบพลาดได้ครับ

#Valvoline #ValvolineThailand