4 วิธีเลือกใช้น้ำมันเครื่อง ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

4 วิธีเลือกใช้น้ำมันเครื่อง ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

ใครบ้างไม่อยากจะใช้ของดี มีคุณภาพ เมื่อต้องจ่ายเงินซื้อสินค้า ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต่างก็ต้องการสินค้าที่ดีสุด ได้มาตรฐานคุ้มค่าคุ้มราคา การเลือกซื้อน้ำมันเครื่องก็เช่นกัน เพราะน้ำมันเครื่องมีส่วนความสำคัญอย่างมากในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ มีหน้าที่ในการหล่อลื่นและปกป้องเครื่องยนต์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

วิธีการเลือกใช้น้ำมันเครื่อง มี 4 ข้อแนะนำดังนี้ :

1. การเลือกใช้ตามประเภทให้ถูกต้อง
อันดับแรกผู้ใช้ควรรู้จักประเภทเครื่องยนต์ของรถตัวเอง และเลือกใช้ให้ถูกประเภท เช่น รถเบนซินควรใช้น้ำมันเครื่องยนต์เบนซิน หรือ รถดีเซลควรใช้น้ำมันเครื่องยนต์ดีเซล

2. เกรดของน้ำมันเครื่อง
โดยแบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ
- สังเคราะห์แท้ (Full Synthetic) จะเป็นเกรดสูงสุด มีระยะการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 10,000 – 12,000 กิโล เหมาะสำหรับรถที่ต้องการน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิเช่น วาโวลีน ซินพาวเวอร์สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, วาโวลีน ดีเซล ซินเธติค สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
- กึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) เป็นเกรดรองลงมา มีระยะการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 8,000 – 10,000 กิโล ราคาจะรองลงมา ซึ่งจะเหมาะกับรถที่มีการเปลี่ยนถ่ายบ่อยครั้ง อย่างเช่นรถแท็กซี่ ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย เข่น วาโวลีน ดูราเบลน สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, วาโวลีน พาวเวอร์ คอมมอนเรล สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
- พื้นฐาน (Mineral Oil) มีระยะการเปลี่ยนถ่ายอยู่ที่ 5,000 กิโล ซึ่งปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมมากนัก

3. เบอร์ความหนืด
ค่า SAE หรือ Society of Automotive Engineers : มาตรฐานน้ำมันเครื่องของสมาคมวิศวกรรมยานยานต์ แสดงถึงค่าความหนืด (ความข้นใส) ของน้ำมันเครื่อง โดยแสดงรายละเอียดทั้งที่อุณหภูมิสูงและต่ำ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

- น้ำมันเครื่องเกรดเดี่ยว (monograde) หมายถึง น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดค่าเดียว เช่น SAE 40 หรือ SAE 10W เป็นต้น
   - โดยตัวอักษร “W” บ่งบอก ชุดตัวเลขค่าความหนืดเกรดฤดูหนาว (Winter) หรือค่าความหนืดที่อุณหภูมิต่ำ ทดสอบความหนืดในการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น และความสามารถในการสูบฉีดน้ำมันเครื่องผ่านปั๊มที่อุณหภูมิต่ำ หากน้ำมันเครื่องมีค่าความหนืดน้อย จะสามารถไหลไปหล่อลื่นส่วนต่างๆ ได้ง่ายและเร็วขึ้น
   - ส่วนชุดตัวเลขที่ไม่มี W หมายถึง ค่าความหนืดเกรดฤดูร้อน หรือค่าความหนืดที่อุณหภูมิสูง ณ อุณหภูมิการทำงานจริงของเครื่องยนต์ วัดที่ 100°c ค่ายิ่งมาก แสดงถึงความหนืดมาก

- น้ำมันเครื่องเกรดรวม (multigrade) หมายถึง น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืด 2 ค่า เช่น 15W-40 โดยค่าความหนืดจะครอบคลุมช่วงอุณหภูมิการทำงาน ตั้งแต่อุณหภูมิต่ำ จนถึงอุณหภูมิสูง ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดมักจะระบุเป็น น้ำมันเครื่องเกรดรวม เช่น 5W-30, 10W-40, 15W-40 เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยการเลือกค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง เราเน้นที่ชุดตัวเลขหลังเป็นสำคัญ ด้วยสภาพอากาศที่ไม่หนาวถึงขั้นติดลบ โดยอ้างอิงเบอร์ความหนืดที่แนะนำจากเอกสารคู่มือรถเป็นหลัก

กรณีที่เครื่องยนต์ผ่านการใช้งานหนักมายาวนาน ระยะทางการทำงานเครื่องยนต์มาก มีเลขไมล์ที่สูง โดยเฉลี่ยเกิน 100,000 กม.ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่งเบอร์โดยอ้างอิงเบอร์ความหนืดที่แนะนำจากเอกสารคู่มือรถเป็นหลัก เนื่องจากต้องการฟิล์มน้ำมันที่หนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์เครื่องยนต์ที่เริ่มหลวม สึกหรอ อย่าง วาโวลีน แมกซ์ไลฟ์ ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์รถเลขไมล์สูงโดยเฉพาะ

แต่ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพปกติเลขไมล์น้อย และอากาศไม่ร้อนมากควรเลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดน้อยในระดับที่เหมาะสม เพื่อการหล่อลื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น เบอร์ 0W-20, 5W-30

4. มาตรฐาน
หนึ่งในมาตรฐานสากลที่แบรนด์มักนำมาการันตีว่า น้ำมันเครื่องมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับก็คือ ค่า API ย่อมาจาก American Petroleum Institute เป็นหน่วยงานทดสอบคุณภาพน้ำมันเครื่อง ทั้งเรื่องการหล่อลื่น การระบายความร้อน การชะล้างทำความสะอาด ฯลฯ และทำการแบ่งเกรดเป็นระดับต่างๆ โดยน้ำมันเครื่องแต่ละรุ่นต้องผ่านการทดสอบตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าน้ำมันเครื่องรุ่นนั้น มีคุณภาพที่ดีจริง และจะมีการเพิ่มระดับการแบ่งเกรดให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะกับเครื่องยนต์ที่มีการพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน

ซึ่งมี 3 สิ่งที่ต้องสังเกตคือ...

4.1. มาตรฐาน API เป็นมาตรฐานหนึ่งที่บอกได้ถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่อง
4.2. สังเกตที่ตัวอักษรหลัง API เป็นหลัก S ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน C ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล ที่สำคัญคือตัวอักษรที่อยู่ท้ายสุด ไล่จาก A-Z ตัวอักษรยิ่งใกล้ตัว Z ยิ่งมาตรฐานสูงขึ้น ปัจจุบันมาตรฐานสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์เบนซินคือ API SP และมาตรฐานสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลคือ API CK-4
4.3. ตรวจสอบตารางและเอกสารคู่มือประจำรถว่ารถของคุณควรใช้น้ำมันเครื่องที่มี API เกรดไหน และไม่ควรใช้เกรดต่ำกว่านั้น

และวาโวลีนก็มีผลิตภัณฑ์ที่ครบสำหรับรถทุกประเภท สนใจผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องวาโวลีน คลิก! : http://www.valvoline.co.th/our-products/

#Valvoline #ValvolineThailand #TheOriginalMotorOil