ตรวจเช็กสภาพรถให้ชัวร์ ก่อนเดินทางไกล

ตรวจเช็กสภาพรถให้ชัวร์ก่อนเดินทางไกล

ในช่วงที่มีการระบาดของโรค Covid-19 ที่ผ่านมา ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งมีการปิดให้บริการ หลายๆ ท่านคงไม่สามารถที่จะเดินทางท่องเที่ยวได้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลได้มีการออกนโยบายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มวันหยุดยาว เชื่อว่าทุกท่านคงมีการวางแผนการท่องเที่ยวเพื่อไปพักผ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งคงจะไม่ดีแน่ถ้ามีปัญหารถเสียกลางทาง ดังนั้น การตรวจเช็กสภาพรถก่อนการเดินทางไกลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและไม่เสียอรรถรถในการท่องเที่ยว วันนี้วาโวลีนมีวิธีตรวจเช็คสภาพรถมาฝากครับ

การตรวจสอบสภาพความฟิตของรถก็เป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับการตรวจสอบความฟิตของคนขับ แล้วจุดไหนบ้าง

1. เช็กน้ำมันเครื่องยนต์
น้ำมันเครื่องยนต์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการหล่อลื่นเครื่องยนต์ ถ้าหากขาดการหล่อลื่นหรือน้ำมันเครื่องไม่เพียงพอ เครื่องยนต์จะเกิดการชำรุดเสียหาย วิธีในการตรวจเช็คสามารถทำได้โดย เปิดกระโปรงรถ แล้วหยิบก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา เพื่อดูระดับของน้ำมันเครื่องว่าอยู่ในจุดใด (ถ้าอยู่ในตำแหน่ง Low ต้องรีบเติมน้ำมันเครื่องเพิ่ม) หรือถ้าใกล้ครบรอบการเปลี่ยนถ่าย ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในทันที รวมถึงรถที่มีระยะการวิ่งที่ไม่มากควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในทุกๆ 6 เดือน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการขับขี่

2. เช็กระบบหล่อเย็น
ระบบหล่อเย็นถือเป็นระบบที่ช่วยลดความร้อนให้กับการทำงานของเครื่องยนต์ เราควรเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำ ว่ายังมีระดับที่ปกติหรือไม่ ถ้าระดับน้ำในหม้อน้ำมีปริมาณลดลง ควรเติมเข้าไปในทันที ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อเย็นปีละครั้ง ก่อนฤดูร้อน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการระบายความร้อนภายในเครื่องยนต์

3. เช็กระบบเบรกและน้ำมันเบรก
ระบบเบรก ถือเป็นระบบที่สำคัญต่อความปลอดภัยในการขับขี่ ควรตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรกว่าอยู่ในสภาพการใช้งานได้หรือไม่ และน้ำมัยเบรกควรเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 1 ปีหลังฤดูฝน เนื่องจากน้ำมันเบรกมีคุณสมบัติในการเก็บความชื้น เนื่องจากเกิดความร้อนในการใช้งาน และการขับขี่ในฤดูฝน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ

4. เช็กแบตเตอรี่
แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับรถยนต์ เนื่องจากเป็นตัวจ่ายกระแสไฟไปเลี้ยงส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการเช็คแบตเตอรี่คือสัญญาณเตือนที่หน้าปัด ถ้าหากมีไฟรูปแบตเตอรี่ขึ้น แสดงว่ามีปัญหาให้รีบเปลี่ยนแบตเตอรี่ ดูขี้เกลือที่ขั้วแบตว่ามีขึ้นหรือไม่ เพราะจะทำให้ระบบการเดินไฟมีปัญหา และท้ายที่สุดเช็กระบบสตาร์ทรถว่ายังใช้งานได้ดี หรือมีการรวนของระบบไฟในรถหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าปัญหาของตัวแบตเตอรี่ และควรเช็กระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

5. เช็กยางรถยนต์
ยางรถยนต์ถือเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับความปลอดภัยในการขับขี่ ดังนั้นการตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์จึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เราควรตรวจเช็กสภาพยางรถยนต์ว่ามีอาการเสื่อมหรือไม่โดยดูจาก ความสึกของดอกยาง มีรอยแตก ยางมีอาการแข็งหรือบวมหรือไม่ จุกลมยางมีการปิดแน่น เพื่อป้องกันการรั่วไหล ถ้ายางหมดอายุหรือเสื่อมสภาพควรเปลี่ยนใหม่เพื่อประสิทธิภาพในการเกาะถนนได้ดีขึ้น รวมทั้งหมั่นตรวจเช็กลมยางเป็นประจำ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการขับขี่

6. เช็กไฟส่องสว่าง
ในการขับรถทางไกล ไฟส่องสว่าง เช่น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก หรือไฟสูง ถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อความปลอดภัยในการขับรถ เพราะถ้าไฟข้างหนึ่งข้างใดเสีย ก็สามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นควรตรวจเช็กไฟส่องสว่างให้พร้อมใช้งานก่อนการเดินทาง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญก่อนการขับรถทางไกล

7. สังเกตเสียงที่เกิดจากช่วงล่าง
ในการใช้งานรถยนต์มาเป็นระยะเวลานาน ย่อมเกิดความเสื่อมสภาพของระบบช่วงล่างของรถยนต์เป็นธรรมดา ดังนั้นการสังเกตเสียงของช่วงล่างรถยนต์ ถ้ามีเสียงดังผิดปกติ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ เพื่อตรวจหาสาเหตุความผิดปกติของช่วงล่างเครื่องยนต์

การตรวจเช็กรถก่อนการเดินทางไกลถือเป็นเรื่องที่สำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของทุกๆท่าน และยังช่วยให้ทุกท่านไม่เสียบรรยากาศในการเดินทาง เนื่องจากรถเกิดปัญหาขัดข้องระหว่างทางได้อีกด้วยครับ

ค้นหาผลิตภัณฑ์วาโวลีนที่เหมาะสมกับรถของคุณ http://www.valvoline.co.th/our-products/

#Valvoline #ValvolineThailand #TheOriginalMotorOil