จักรยานยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? ซื้อรุ่นไหนคุ้มค่าที่สุด อยากรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ตามมาดูกันเลยครับ

จักรยานยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? ซื้อรุ่นไหนคุ้มค่าที่สุด อยากรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ตามมาดูกันเลยครับ

จักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motor Cycle) เป็นที่รู้จักและมีความแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน วันนี้วาโวลีนจะแจ้งให้ทราบถึง ส่วนประกอบของจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อแตกต่างระหว่างจักรยานยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงโดยทั่วไป

ประเภทของจักรยานยนต์ไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่:
1) จักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid Motor Cycle)
คือ ยังคงมีเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับเครื่องยนต์ได้
2) จักรยานไฟฟ้า 100% (Electric Motor Cycle)
กล่าวคือ ไม่มีเครื่องยนต์ ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100% ปราศจากมลพิษ ส่วนประกอบที่สำคัญ
   
2.1) มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) หรือระบบส่งกำลัง
ใช้เป็นอุปกรณ์ก่อกำเนิดพลังงาน แทนเครื่องยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
      
2.1.1 Wheel Motor คือ มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งที่ล้อรถจักรยานยนต์ หรือระบบส่งกำลังด้วยดุมล้อ แบ่งตามล้อหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่
          - Front Wheel Motor (มอเตอร์ติดตั้งที่ล้อขับเคลื่อนล้อหน้า)
          - Rear Wheel Motor (มอเตอร์ติดตั้งที่ล้อขับเคลื่อนล้อหลัง)
          - All Wheel Motor (มอเตอร์ติดตั้งที่ล้อขับเคลื่อนทั้ง 2 ล้อ)
      
2.1.2 Non Wheel Motor หรือ Mid-Drive Motor คือ มอเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้ถูกติดตั้งที่ล้อ หรือระบบส่งกำลังผ่านโซหรือสายพาน มอเตอร์จะถูกติดตั้งตรงเฟรมรถจักรยานยนต์ ตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง (Mid-Drive) และกำลังไฟฟ้าจากมอเตอร์ถูกส่งผ่านไปที่ล้อรถ ผ่านโซ่ (Chain Driven) หรือสายพาน (Belt driven)
   2.2) แบตเตอรี่ (Battery) คือ อุปกรณ์ประจุพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถูกส่งและเก็บไว้ในมอเตอร์แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่
      - แบตเตอรี่ลิเธียมไออน (Lithium Ion)
      - แบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟต (Lithium Phosphate)
      - แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium)
      - แบตเตอรี่ลิเธียมไออนฟอสเฟต (Lithium Ion Phosphate)
      - แบตเตอรี่แห้งแบบตะกั่วกรด (Lead Acid)
ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีเพียงแต่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และแบตเตอรี่แห้งแบบตะกั่วกรด เพียง 2 ชนิดเท่านั้น
   2.3) กล่องควบคุม (Controller) ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ถูกส่งจากแบตเตอรี่ สู่มอเตอร์
   2.4) ตัวประจุไฟฟ้าหรือระบบอัดประจุไฟฟ้า (Charger) ทำหน้าที่ในการประจุไฟฟ้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ในกรณีที่พลังงานไฟฟ้าถูกใช้หมดไป แบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
      2.4.1 ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบมีสาย (Wire, Plug-In Charger) เป็นการเชื่อมต่อแบตเตอรี่เข้ากับระบบไฟฟ้าโดยตรงผ่านการเสียบปลั๊ก (Plug-In) มี 2 รูปแบบ คือ การประจุไฟฟ้าแบบปกติ (Normal Charge) ใช้เวลาในการอัดประจุประมาณ 4-8 ชั่วโมง และการประจุไฟฟ้าแบบเร็ว (Quick Charge) ใช้เวลาในการอัดประจุเพียง 15-20 นาที
      2.4.2 ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบไร้สาย (Wireless Charger) เป็นการประจุไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่แบบไร้สาย มีความสะดวกและปลอดภัยในการอัดประจุไฟฟ้า แต่มีข้อจำกัดด้านประสิทิภาพการอัดประจุ ในปัจจุบันยังไม่เสถียรและไม่เป็นที่นิยม
      2.4.3 ระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping) เป็นระบบที่ผู้ใช้งาน สามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดประจุ แทนที่ด้วยแบตเตอรี่ใหม่ที่ถูกอัดประจุจนเต็มโดยใช้เครื่องมืออัดประจุจากภายนอก กลับเข้าไปในรถจักรยานยนต์ได้ ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน

ข้อแตกต่างระหว่างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงโดยทั่วไป
1. รถจักรยานยนตไฟฟ้าใช้มอเตอร์ไฟฟ้า แทนที่เครื่องยนต์
2. แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะมีขนาดใหญ่กว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงโดยทั่วไป
3. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีเกียร์ เนื่องจากกำลังงานจะส่งจากมอเตอร์ไฟฟ้าผ่านกล่องควบคุมเท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.greennetworkthailand.com/
https://www.dako.in.th/

ค้นหาผลิตภัณฑ์วาโวลีนที่เหมาะสมกับรถจักรยานยนต์ของคุณhttp://www.valvoline.co.th/our-products/engine-oil/mco.php

#Valvoline #TheOriginalMotorOil